|
เปิดบริการตั้งแต่ 10:00 - 20:30 น. หยุดทุกวันจันทร์
โทร. 0-2719-8039, 0-2719-9139, 0-1447-3897 * มีบริการส่งถึงบ้าน |
|
| |
|
|
พระราม 9 ไก่ย่าง ที่มาของชื่อนี้คือ พระราม 9 เป็นชื่อถนนที่ตั้งของร้าน ไก่ย่าง คือ อาหารรายการแรก และรายการเดียวในขณะนั้น ก่อนอื่นต้องขอเล่าเท้าความประวัติก่อน เราเริ่มต้นขายไก่ย่างใต้ต้นไม้ ไม่มีหลังคากันแดด ไม่มีที่นั่งทาน ต้องห่อกลับบ้านเพียงอย่างเดียว ลักษณะร้านเหมือนกับร้านข้างทางหลวงที่เคยเห็นเวลาออกต่างจังหวัด ไก่ย่างที่ขาย เราใช้ไก่บ้านมาหมักตามสูตรเฉพาะของเรา เนื้อไก่จะแน่น เนื้อแห้ง ไม่มัน ขณะนั้นในกรุงเทพฯ หาไก่ลักษณะนี้ยาก เราจึงได้รับความนิยม มีการพูดกันปากต่อปากถึงความอร่อย ราคาไม่แพง ข้อสำคัญคือ ความสะอาด ลูกค้าจึงแนะนำให้ออกอาหารอื่นๆ อีก จึงเป็นการเริ่มต้นของร้านแห่งนี้ |
|
| |
|
| |
|
|
ใช้ปลาช่อนเป็นๆ ตัวโต ยัดด้วยเครื่องเทศ คลุกเกลือ ย่างบนเตาถ่าน จนสุกพอดี เนื้อไม่แห้งเกินไป เนื้อปลาจะหวานจากความสดของปลา ยิ่งรับประทานกับน้ำจิ้มและผักต่างๆ จะได้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น |
|
| |
|
| |
|
|
ถ้าขนาดเล็กเกินไป จะไม่ค่อยมีเนื้อ ขนาดใหญ่เนื้อจะไม่แน่น เราจึงเลือกใช้ขนาดกำลังดี เนื้อแน่น หวาน นำมาหมักด้วยเครื่องหมักสูตรของทางร้านย่างจนเหลืองกรอบ แม้ไม่ทานกับน้ำจิ้มก็อร่อยมาก แต่ท่านที่ชอบน้ำจิ้มเผ็ด เปรี้ยว เรามีจัดให้
|
|
| |
|
| |
|
|
แม้นส้มตำจะมีขายกันทั่วไป แต่ทางร้านได้จัดหาวัตถุดิบสะอาด คุณภาพดีเยี่ยม เช่น
1. มะละกอพันธุ์กรอบจากดำเนินสะดวก
2. กุ้งแห้งตัวโต นำมาทำความสะอาด และต้มแล้วจึงอบให้แห้ง
3. ปูเค็ม นำมาล้างจนสะอาด จึงทำให้สุก ปราศจากเชื้อโรคท้องร่วง และพยาธิ
4. ใช้ปลาร้าจากเขื่อนน้ำพอง นำมาต้มสุก กรองเอาเฉพาะน้ำ ส้มตำปลาร้าจะแยกครกไม่ปนกับส้มตำอย่างอื่น จึงได้รสอีสานแท้ๆ |
|
| |
|
| |
|
|
ใช้หน่อไม้ลวกที่มีขึ้นตามภูเขามาขูดฝอย ต้มน้ำทิ้งจนมีรสจืด แล้วต้มต่อด้วยน้ำย่านางกับใบแมงลัก เพื่อกำจัดรสฝาดและขมออกไป ขั้นตอนการปรุง นำหน่อไม้ที่ต้มปรุงครั้งแรกมาเข้าเครื่องสมุนไพร ปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาว จนมีรสกลมกล่อม |
|
| |
|
| |
|
|
แต่ละส่วนของหมูจะทำอาหารให้อร่อยต้องรู้ว่าส่วนใดเหมาะเอาไปทำอาหารประเภทใด เราจึงคัดสรรเนื้อหมูที่เหมาะสำหรับทำลาบเป็นพิเศษ เนื้อจะต้องนุ่มไม่กระด้าง ใส่หนังเล็กน้อย ไม่ใส่เครื่องใน คลุกเคล้าเครื่องปรุงสมุนไพรพื้นบ้าน ปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาว โดยเฉพาะ พริกป่นและข้าวคั่ว จะต้องคั่วและป่นเองทุกวัน เพื่อให้พริกและข้าวคั่วยังคงความหอมและความสดใหม่อยู่ตลอด |
|
| |
|
| |
|
|
เป็ดเชอร์รี่เป็นเป็ดที่มีเนื้อหวาน มัน คุณภาพเป็นที่ยอมรับของนักโภชนากรและสถาบันอาหารต่างๆ เราจึงนำเนื้อส่วนอกมาบดให้มีส่วนหยาบ-ละเอียด ที่พอเหมาะกับลาบเป็ดอุดร ซึ่งเป็นสูตรลาบที่แห้งไม่มีน้ำมัน ลอยในจานลาบ เข้าเครื่องปรุงตามสูตรดังเดิมของอุดรแท้ๆ เพราะเป็นคนอุดรโดยกำเนิด |
|
| |
|
| |
|
|
ใช้ปลากะพงสดแล่เอาก้างออก ทอดด้วยเตาความร้อนสูง ในน้ำมันพืชใหม่ จะได้คุณภาพ เนื้อดี กรอบนอก นุ่มใน ปลาทอดสีจะเป็นสีเหลืองทอง แล้วจึงราดด้วยน้ำปลาชั้นดี กลิ่นหอม |
|
| |
|
| |
|
|
ปลาทับทิมทะเลเป็นชื่อที่ได้รับพระราชทาน ปลาชนิดนี้จะมีเนื้อปลามาก ก้างใหญ่ หัวเล็ก มีน้ำมันโอเมก้าสูง โดยผู้เลี้ยงได้พัฒนาสายพันธุ์จนสามารถเลี้ยงได้ในน้ำทะเล ทำให้ได้คุณภาพเนื้อที่ดีกว่าเลี้ยงในน้ำจืด โดยเฉพาะความมันและคุณค่าทางโภชนาการของเนื้อปลา ดังนั้นเราจึงคัดเฉพาะปลาสายพันธุ์นี้มาย่างโดยนำเครื่องเทศใส่ในท้องแล้วจึงคลุกเคล้าเกลือ นำเข้าย่างในเตาไร้ควันความร้อน 554°F เป็นเวลา 30 นาที ปลาจะสุกพอดี เมื่อรับประทานเนื้อปลาจะชุ่มน้ำ ไม่แห้งจนเกินไป หากได้ทานร่วมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดจะยิ่งช่วยเพิ่มรสชาติได้เป็นอย่างดี |
|
| |
|
| |
|
|
ใช้ปลาทับทิมสดมาขอดเกล็ด จากนั้นจึงทอดด้วยน้ำมันพืชในเตาความร้อนสูง ปลาสดบวกกับเตาทอดที่สามารถควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ จะยิ่งทำให้ได้คุณภาพเนื้อตรงตามที่ต้องการ คือ กรอบนอกนุ่มใน เหลืองอร่าม และเมื่อได้ทานร่วมกับเครื่องสมุนไพรที่มีทั้งตะไคร้ ขิงสด พริก หอมแดง มะนาว และน้ำปรุงรสเปรี้ยวหวานเค็มพอเหมาะ จะยิ่งเพิ่มรสชาติของเนื้อปลาได้เป็นอย่างดี |
|
| |
|
| |
|
|
ในขั้นตอนการเตรียมปลาจะเหมือนกับปลาทับทิมทอดสมุนไพรและเมื่อปลาทับทิมทอดจนได้ที่แล้ว จะนำมาราดด้วยน้ำพริกที่เคี้ยวกับเครื่องสมุนไพรจนมีกลิ่นหอม และมีรสหวาน ราดลงบนตัวปลาที่ทอดเสร็จใหม่ๆ จะยิ่งช่วยเพิ่มความหอม หวาน มันของเนื้อปลาได้เป็นอย่างดี |
|
| |
|
| |
|
|
เนื่องจากคนส่วนใหญ่ชอบรับประทานกุ้ง เราจึงคัดสรรกุ้งที่มีเนื้อแน่นและหวาน นั่นก็คือกุ้งสายพันธุ์กุ้งขาวแปซิฟิก นำมาคลุกเกลือขึ้นย่างบนเตาย่าง จะได้ทั้งความเค็มของเกลือที่เคลือบอยู่บนเปลือกกุ้งและความหวานจากเนื้อกุ้ง |
|
| |
|
| |
|
|
ใช้กุ้งชนิดเดียวกันมาชุบซอสญี่ปุ่นย่าง จะได้ความหอมของซอสญี่ปุ่นและยังช่วยเพิ่มความหวานของเนื้อกุ้งได้เป็นอย่างดี |
|
| |
|
| |
|
|
ใช้ปลาดุกที่มีขนาดกำลังดีมาหมักด้วยเครื่องปรุงสูตรของทางร้านมาย่างจนเหลืองกรอบ แล้วนำมาแกะเอาก้างออกให้หมด จากนั้นนำมาสับให้มีขนาดพอเหมาะ เพื่อให้เครื่องลาบที่ใส่ลงไปสามารถคลุกเคล้าได้อย่างทั่วถึง และส่วนผสมที่สำคัญที่ใช้ในการดับกลิ่นคาว คือ ข่าแก่สับละเอียด ใส่ลงไปคลุกเคล้า ทำให้ลาบปลาดุกไม่มีกลิ่นคาวกวนใจ |
|
| |
|
| |
|
|
เป็นลาบที่สาวๆ ชอบรับประทาน เพราะวุ้นเส้นทำจากแป้งถั่วเขียว ทำให้ไม่อ้วนและยังมีคุณสมบัติพิเศษ คือ ทำให้อิ่มได้เร็ว เพราะวุ้นเส้นสามารถพองตัว นอกจากนี้ยังมีใยอาหารสูงอีกด้วย เมื่อนำวุ้นเส้นมาเข้ากับเครื่องลาบเพื่อให้มีรสชาติที่จัดจ้าน ยิ่งเป็นที่โปรดปรานของบรรดาสุภาพสตรี |
|
| |
|
| |
|
|
ใช้เห็ดจากฟาร์มเห็ดที่ขอนแก่น เริ่มเก็บเห็ดตั้งแต่ดอกอ่อนๆ มาบรรจุขวดนึ่งด้วยเตานึ่งแรงดันสูง เพื่อให้ได้เห็ดที่มีคุณภาพ และยังคงคุณค่าทางโภชนาการ โดยได้รับคำแนะนำจากมหาวิทยาลัยเกษตร เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารมังสวิรัติ หรืออาหารเจ เพราะไม่มีเนี้อสัตว์ |
|
| |
|
| |
|
|
หมู 1 ตัวจะมีกระดูกอ่อนที่ใช้ได้เพียงเท่าฝ่ามือเดียวเท่านั้น จึงเป็นเรื่องยากที่คนทั่วไปจะหาซื้อได้ เราจึงทำสัญญากับโรงหมูที่ใหญ่ของประเทศ จึงมีกระดูกให้บริการได้อย่างทั่วถึง และข้อสำคัญ คือ กระดูกอ่อนจะต้องได้คุณภาพดีตามที่กำหนด กระดูกอ่อนที่ได้มาเราจะ นำมาเคี่ยวกับเครื่องสมุนไพรนานหลายชั่วโมงจนกระดูกอ่อนทุกชิ้นเปื่อยแต่ยังคงความกรอบ การเคี่ยวด้วยไฟอ่อนจะทำให้น้ำหวานที่อยู่ในกระดูกออกมาอยู่ในน้ำซุปจนหมด ทำให้น้ำซุปมีความหวานกลมกล่อมโดยที่ไม่จำเป็นต้องใส่ผงชูรส รสชาติต้มแซบของทางร้านจะมีรสเปรี้ยวเค็มเผ็ด และความหวานของน้ำซุป ทำให้ได้ต้มแซบรสกลมกล่อม แต่ยังคงความจัดจ้านแบบอีสาน |
|
| |
|
| |
|
|
ถ้าพูดถึงสุดยอดความอร่อยของหมูแล้ว คงหนีไม่พ้น เนื้อส่วนคอ เพราะมีชั้นของไขมันบางๆแทรกอยู่ในเนื้อ ทำให้ได้ความกรอบนุ่ม ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของคอหมูแท้ๆ และหากนำมาหมักกับเครื่องหมักที่ดี มีคุณภาพ ตามปริมาณและเวลาที่เหมาะสมแล้ว ก็จะได้คอหมูที่มีรสชาติดี เหมาะแก่การนำมาย่าง โดยทางร้านจะย่างบนเตาย่างไร้ควัน และเมื่อจิ้มกับน้ำจิ้มซอสมะขามสูตรเด็ดของทางร้าน จะยิ่งเพิ่มความอร่อยได้ดี |
|
| |
|
|
เปิดบริการตั้งแต่ 10:00 - 20:30 น. หยุดทุกวันจันทร์
โทร. 0-2719-8039, 0-2719-9139, 0-1447-3897 * มีบริการส่งถึงบ้าน |